ที่จริงเราไม่น่าเอากล้องไปถ่ายด้วยซ้ำไปเพราะเลนส์ที่มีอยู่ไกลสุดที่ 50 มม. นึกไม่ออกว่าไกลแค่ไหน ก็ประมาณสายตาของเรานั่นแหละ แต่คิดจะไปสอยเจ้าวิหคสายฟ้า(THUNDERBIRDS)ที่ไวยิ่งกว่าเสียงและอนาถยิ่งกว่าเมื่อพยายามที่จะใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ช้าไปทันทีเมื่อมันบินโฉบหัวไปไม่กี่ร้อยเมตร แต่ถ้าสภาพร่างกายเราพร้อมก็คงจะได้ถ่ายการจัด formation สวยๆของฝูงบินที่ดูแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ แต่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก่อนนี่ซิ ........
เราได้ยินข่าวการมาแสดงของฝูงบินวิหคสายฟ้า THUNDERBIRDS มาเกือบเดือนเป็นข่าวที่เงียบมากมีเฉพาะคนที่เล่นเน็ตเข้าเวปเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการบินที่จะรู้ ข่าวสารอยู่ในวงที่จำกัดมากๆ ต้นเดือนวันพฤหัสบดีคุยกับเพื่อนถึงเรื่องนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวแต่ก็สนใจที่จะไปเปลี่ยนบรรยากาศ (วันๆพวกเราก็นั่งแต่หน้าคอม หน้าเครื่อง XBOX) นอกบ้านกันบ้าง
เริ่มวางแผน
สถานที่จัดแสดงห่างจากบ้านพวกเราเพียง 15 นาที ส่วนเพื่อนผู้ร่วมชตากรรมอีกคน เดินเท้าเพียง 15 นาทีก็ถึง และที่สำคัญมันฟรี ^ ^” ตามกำหนดการแล้ว ประตูเปิด 12.00 น. พวกเรานัดแนะกันเจอที่ป้ายรถเมล์หน้าเซียร์ตอน 11.30 ครึ่ง (พวกเราติดละครซิทคอมกันหน่ะ) ถึงเจ้เล้ง 11.45 (เพื่อนเราอีกคนรออยู่ที่นี่) ใช้เวลาเดิน 15 นาที ถึงประตูเข้างาน 13.15 F-16 C/D Block 52 ทั้ง 6 ลำจากทำการบินผาดแผลงให้เราทั้งสามได้ชมทุกอย่างได้วางแผนไว้แล้ว
วันแสดงจริง
แต่กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ เที่ยงวันเสาร์แดดเปรี้ยงสุดๆรู้ดีใจที่ไม่มีเค้าฝนจะตก ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น รถเมล์ล้มหมุนเมื่อ 11.45 นาที ขยับไปเพียง 1 กิโลเมตร เราก็ต้องติดอยู่หน้า National Memorial (เราจำชื่อไทยมันไม่ได้) เราทั้งสองพูดคุยอย่างแปลกใจว่าโดยปรกติรถไม่ควรจะติดในวันเสาร์ในช่วงเวลาแบบนี้ แต่ก็ยังไม่คิดหรอกว่ารถมันจะติดเพราะคนแห่แหนกันไปดู เพราะข่าวมันเงียบมาก(ตอนหลังมีคนมาบอกว่าสองสามวันก่อนการแสดงมีการโปรโมทกันหนักหน่วงผ่านสื่อมวลชนทั้งหลายและคนน่าจะรู้กันเยอะจากรายการที่สรยุทธจัด) เราไม่คิดว่ารถมันจะติดเพราะคนแห่ไปดูนกเหล็กสายฟ้าตีลังกาฝูงนี้หรอกจนเพื่อนท่รออยู้เจ้เล้งโทรมานั้นแหละ ว่ารถติดทั้งขาเข้าและขาออก ตระหนักรู้ในทันทีว่าพวกเราวางแผนเดินทางพลาดแล้ว ทุกๆป้ายที่รถเมล์จอดผู้คนทยอยขึ้นมาเรื่อยๆ พวกเราเริ่มกังวลใจว่า คนคงไม่น้อยแน่ รถติดไปจนถึงเจ้เล้ง พวกเราใจชื้นขึ้นมาเมื่อใกล้ถึงที่หมายแม้จะเลยจากที่คาดการณ์ไปถึงครึ่งชั่วโมงก็ตาม แต่รถเมล์เจ้ากรรมจอดป้ายไม่ได้ตำรวจไม่ให้เข้า ต้องเลยไปจอดไกลถึงหลักสี่พลาซ่า เราสองคนหน้าซีดเมื่อหันไปมองฝั่งขอออกที่รถติดไม่ขยับ หรือ เลือกที่จะเดินไกลถึง 2 กิโลเมตร แต่โชคก็เข้าข้างที่วินมอเตอร์ไซด์จอดอยู่พอดี พวกเราย้อนศรไปเจ้เล้ง (ขอผิดกฎจราจรวันนึง) ด้วยความรีบเพราะใกล้จะถึงเวลาแสดงเข้าทุกที ก่อนที่จะพบกับกองทัพมนุษย์ที่เดินเท้าเข้าสู่คลังสินค้าเก่า ชายฉกรรจ์ทั้งสามรีบเดินในอัตราความเร็วเดียวกับเดินตามควาย เพื่อมาติดแหง็กออกันที่ประตูทางเข้า พวกเรางงงวยตื่นตะลึงกับจำนวนผู้คนที่เบียดเสียดยัดเยียดเหมือนปลากระป๋องอัดเม็ด แต่ก็ตัดใจเข้าไปต่อแถวที่ไม่น่าจะเรียกว่าแถวด้วยซ้ำเพราะยืนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ มีการดัน แซงคิว แทรกตัวพริ้ว เสียงโห่ฮาป่าแบบใน RE5 มีให้เห็นเป็นระยะ อัตราการเคลื่อนที่ของพวกเราอยู่ที่ สามกระดึ๊บต่อสิบนาที กระดึ๊บจริงๆเพราะมันก้าวขาไม่ได้ เมื่อเรามาได้ครึ่ง เพื่อนเราคนหนึ่งเริ่มคิดที่จะถอดใจ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันการ เพราะซ้ายก็คน ขวาก็คน จะถอยหลังก็คน อีกเพียงไม่กี่เมตรจะถึงทางเข้า คลื่นมนษย์เริ่มค่อยๆไหล พวกเราถูกเบียดมากยิ่งขึ้น และมากยิ่งขึ้นเมื่อประตูถูกเบียบให้เล็กลง ประมาณด้วยสายตาคงไม่เกิน 5 เมตร
ที่เห็นเป็นเต็นสีขาวสลับน้ำเงินนั้นแหละทางเข้า คนนับหมื่นกำลังเบียดเสียดเข้าไปยังลานกว้าง
หลุดมาถึงลานซะที
พวกเราทั้งสามหลุดมาถึงลานที่จัดการแสดง ก็เห็นแต่คน คน คน คน และร่ม C-17 เจ้ายักษ์อ้วนพริ้วลงจอดไปแล้ว พวกเราสูดลมกายใจได้เต็มปอด ก่อนจะหาที่นั่งพักผ่อนกายา อากาศไม่มีคำว่าปราณี พื้นคอนกรีตอันระอุ นั่งก็ร้อน ร่มเราก็ไม่มี น้ำก็ไม่ได้ซื้อติดมือมา คนข้างๆกระดกน้ำดับกระหายแต่ชายฉกรรณ์สามคนมองตาละห้อย ทำตาปริบๆ ใจจะขาดอยู่รอนๆ หมวกไม่มี เสื้อแขนยาวไม่ได้ใส่ น้ำของที่สำคัญที่สุดไม่ได้พกติดมา มีพร้อมอยู่อย่างเดียวคือ ears plug ที่ไม่ได้ช่วยอะไร “พวกเรากำลังตีบอสโดยไม่ได้เตรียมไอเทม ไม่มีของเพิ่ม HP ไม่ได้สวมใส่เกราะป้องกันที่จะช่วยลด damage “ เพื่อนคนหนึ่งของเรารำพึง เพื่อนเรานั่งลงไปอีกครั้ง เก็บแรง ชายฉกรรณ์สามคน HP ถูกด๋อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่การแสดงยังไม่เริ่ม พวกเรามองไปรอบๆเหมือนจะหาทางออก เห็นสาวๆ ถือกล้อง ท่าทางสบายดีอยู่หลายคน (ที่สำคัญกำลังกระดกน้ำดับกระหาย) เด็กๆบางคนก็ดูจะกระดี้กระด้าเป็นพิเศษ พวกเราจะท้อถอยไม่ได้ พลังกายหมด แต่พลังใจยังมี เพื่อนของเรายืนขึ้นอีกครั้งก่อนจะเซนิ๊ดนึงเพราะหน้ามืด - -“ เราเริ่มคิดถึงเจ้ ตอนนี้เค๊าอยากไปกับเจ้ อยากอยู่กับเจ้ อยากถ่ายรูปเจ้ให้หายคิดถึง ชุดโลลิสีชมพูต้องน่ารักกว่านกเหล็กฝูงนี้แน่ๆ เค๊าไม่น่าปฏิเสธเจ้เลย “แต่มันสายไปแล้วหย่ะ” เจ้ต้องพูดแบบนี้แน่ๆ นึกหน้าออกเลย T T
การแสดงก็เริ่มขึ้น(แต่ใจมันจะขาดรอนๆ)
อันนี้เป็นไปตามที่คาด มันสุดยอดจริงๆ โอ้ว F-16 ตัวเป็นๆ บินผ่านเราในระดับไม่กี่ร้อยเมตร งานวันเด็กยังบินไม่ใกล้ขนาดนี้เลย เราทั้งสามเริ่มยินดีกับไอเทมอุดหูที่เตรียมมา (แต่เรายังอยากได้น้ำมากกว่า) ไม่เกิน20นาทีหลังจากนั้น พวกเราเริ่มที่จะไม่ไหวกันจริงๆ “เราเริ่มคิดถึงเจ้อีกครั้ง (ที่จริงคือคิดถึงแอร์ที่เซนท์ทรัลพระรามสามมากกว่า)” เพื่อนผมเริ่มบ่นกับตัวเองว่าทำไมไม่ซื้อน้ำกันคนละขวด ทำไมถึงไม่เตรียมชุดที่ดีกว่าเสื้อยืดกางเกงยีน หมวกไม่พก ยาดมไม่มี น้ำไม่มี ในกระเป๋ามีแต่ กล้อง ไอพอด PSP ไร้ประโยชน์ที่สุด ไม่ได้ช่วยให้รอดพ้นจากสภาพอากาศที่ร้อน extreme ไปได้ เราตัดสินใจออกจากงานโดยเร็วก่อนที่เพื่อนผู้หนักร่วมร้อยจะเกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา พวกเราคงแบกไม่ไหว และหน่วยพยาบาลที่ดูไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพก็คงไม่หวังที่จะพึ่งพิง ก่อนที่เราจะออกมา เมฆก็เริ่มจะตั้งเค้า พวกเราสามคนเริ่มคิดถึง worst scenario ถ้าฝนตก เราจะยอมเปียกฝน และหลีกหนีไม่ให้ถูกเหยียบตายด้วยการขึ้นไปบนหลังคารถที่จอดอยู่บริเวณลาน มีการชี้ตำแหน่งพิกัดและแผนในใจเสร็จศัพท์ ถ้าฝนตกลงมานะ งานนี้มีตายและสาหัสจากการโดนเหยียบแน่ๆ
ซูมสุดได้แค่นี้แหละ
ระบบโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วที่สุดในโลกก็ไม่น่าจะตามเจ้านกเหล็กนี่ทัน!!!!!
ถ่ายมาทั้งหมด ไม่ถึง 20 ภาพ แรงจะยกกล้องแทบไม่มี หมดแรงจนอยากจะทุ่มกล้องที่ห้อยคอนี่เสีย
นรกมาเยือนรอบที่สอง
พวกเราพยายามหาทางออก ที่พวกเราคิดว่าน่าจะอยู่คนละทางกับทางเข้า แต่เปล่าเลย เมื่อสอบถามกับพี่ สห.แล้วมันก็ทางที่เข้านั่นแหละ พวกเราไม่อยากออก แต่ก็ต้องออก ก่อนที่จะเป็นลมไปจริง ความแออัดยิ่งกว่าเดิม เพราะคนส่วนหนึ่งออกันตรงทางออกเหมือนรอชม finale ปิดท้ายการแสดง คราวนี้ทั้งโดนดัน ถูกเบียด อัดก๊อปปี้ เหมือนตัวเองคลื่นที่ไปโดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังใดๆเพียงแค่แรงกระทำต่อตัวเราทั้งสี่ด้านก็พาเราไปถึงจุดหมาย ตัวเราเองยังพอไหวแต่ลูกเล็กเด็กแดงตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกอัดถูกเบียดเกินกว่ากำลังของพ่อแม่จะทานไหว น่าเห็นใจที่สุด เรานึกกับตัวเองในใจ มีลูกมีหลานไม่พามาทรมาณแน่ๆ ไหนแดดจะร้อน คนก็เยอะ เสียงเครื่อง F-16 ก็ดัง ชายร่างกำยำบางคนยังแย่ แล้วเด็กๆเขาจะขนาดไหน
จุดหมายเราคิดการเรียกแท๊กซี่ไปหาอะไรกินที่ฟิวเจอร์รังสิต แต่จำนวนคนที่ไหลยืนออเต็มฟุตบาททั้งสองฝั่งทำให้เราถอดใจหยุดพักตากแอร์ที่เจ้เล้งฟื้นฟูพลังงานก่อนดีกว่า ออกไปตอนนี้รถก็ติด และต้องไปแย่งขึ้นกับชาวบ้านอีก เราเดินกันไปจนถึงอาคารสุดท้ายก็ได้ที่เหมาะๆ เป็นส่วนของร้านค้าว่างๆ ไฟสลัวๆ มีแอร์เข้าถึง เดินเข้าไปปักหลักนอนอย่างหมดสภาพ พักยาวเกือบชั่วโมง ท้องเริ่มหิว สี่โมงครึ่งลากสังขาร ฝ่าฝูงคนออกมาอย่างทุลักทุเล เพื่อนเราคนหนึ่งเกิดหิวน้ำ แต่บริเวณโดนรอบหาซื้อไม่ได้เพราะทุกร้านน้ำหมด ขอย้ำว่าทุกร้าน จนไปได้น้ำอ้อยราคามหาโหดจากพ่อค้าเร่นั้นแหละ ควรหายนะยังไม่หมดเมื่อเราหาแทกซี่ขึ้นไม่ได้ ฝนก็เริ่มจะตก ตัดใจโดดขึ้นรถเมล์เหมือนจะโชคดี มีที่ว่างพอสำหรับสามคน แต่เด็กน้อยก็ดันขึ้นรถคันเดียวกับเรา ประเดี๋ยวจะหาว่าใจร้ายยอมสละที่นั่งให้ด้วยความอาวร เด็กสาวกล่าวขอบคุณเล็กๆแต่พี่ไม่รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย เอาเถอะเรายังเหนื่อยถ้าเด็กๆจะเหนื่อยกว่าเรากี่เท่า T T รถเมล์ก็ทำท่าจะไม่ขยับฝนตกกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ รถเคลื่อนที่ไปได้สักสองสามป้ายเราถึงได้นั่ง ก่อนที่จะหลับไปไม่รู้เรื่องตื่นขึ้นมาอีกทีกเกือบจะถึงฟิวเจอร์พาร์ครังสิต รวมใช้เวลาจากดอนเมืองถึงรังสิตหนึ่งชั่วโมงพอดี ก็เป็นอันได้กินข้าวปิ้งย่างกันอื่มหนำสำราญ รอดพ้นจากสภาพเจียนอยู่เจียนไป พร้อมกับประกาศตนว่าเที่ยวหน้าถ้ามี AIR SHOW อีกจะเตรียมของไปพร้อมกว่านี้
ใกล้จะฝั่งสวรรค์แล้ว พวกเรากำลังหลุดจากขุมนรกแล้ว อีกนิ๊ดเดียว
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาสรุปได้ว่า
1.เราประมาทที่เดินทางสายและไม่คิดว่ารถจะติดคนจะเยอะขนาดนี้ กะไว้ว่าไม่น่าเกิน 5-6000 คน แต่ที่ไหนได้ป็นหมื่นๆ
2.เราไม่มีความเตรียมพร้อมใดๆทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าอากาศมันร้อน ก็ไปกันแบบไม่สวมหมวก เสื้อยืดกางเกงยีนส์ น้ำไม่ได้พกไปซึ่งเลวร้ายมากๆ
3.กองทัพอากาศเตรียมงานไม่ดี ไม่มีความเตรียมพร้อมอะไร ประเมินจำนวนคนไม่ถูก ทางเข้าแคบมากๆ เมื่อเทียบกับคนเป็นหมื่นๆ หน่วยพยาบาลมีน้อยเกินไป แทบไม่เห็นในบริเวณงานเลย ความเข้มงวดของกองทัพอากาศก็น้อยปล่อยให้มีการขายลูกโป่งสวรรค์ซึ่งเมื่อมันหลุดลอยออกไปอาจเป็นอันตรายต่อการบิน เครื่องตกขึ้นมาไม่มีปัญญาใช้เขาแน่ๆเครื่องตั้งแพงแยังรุ่นใหม่กว่าของเราอีก
4.สื่อมวลชนออกข่าวอย่างครึกโครมแต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อปฏิบัติของผู้ชมระหว่างชมการแสดง เราเลยเห็นคนถือลูกโป่งสวรรค์ ไม่ยอมหุบร่มขณะมีการแสดงทำให้บดบังคนอื่นๆ สิ่งของที่จำเป็นเช่น ที่อุดหู พบคนใช้น้อยมาก ลูกเล็กเด็กแดงร้องกันจ้าละหวั่น
5.คนไทยยังไม่คุ้นเคยกับการดูโชว์ประเภทนี้ มารยาทในการเข้าแถวไม่มี ความเห็นแก่ตัวแซงคิว การไม่ยอมหุบร่มขณะเครื่องทำการแสดง การไม่ยอมหลีกให้แก่ผู้ป่วยที่ถูกหามออกมา การหยุดรถดูบนทางด่วน บนถนนที่ทำให้รถติดแบบสุดๆ และเมื่อจบงานก็ทิ้งขยะไม่เป็นที่ เกลื่อนกราดเต็มพื้นที่จัดแสดงกลายเป็นภาระแก่เจ้าหน้าที่สนามบินต้องเก็บกวาด สำนึกที่นึกถึงคนส่วนรวมของเรายังต่ำอยู่
6.รู้งี้เรายอมไปงาน Doll Mania ตากแอร์เย็นๆกับเจ้ดีกว่า T T ไปสอยนางฟ้านางสวรรค์ในชุดโลลิต้าสีชมพูดีกว่ามาตากแดดในสภาพใกล้ตายคอยสอยเจ้าวิหคสายฟ้าแล้วก็ไม่ได้มาสักตัว
7.สุดท้ายฝูงบิน THUNDERBIRDS โชว์ได้ประทับใจสุดๆ เพิ่งเคยเห็น F-16 ใกล้ชิดจริงๆก็คราวนี้แหละ ยิ่งบินต่ำๆแล้วเบรกตรงหน้าเราก็อดทึ่งในฝีมือไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าบินด้วยความเร็วต่ำที่ความสูงต่ำๆได้ขนาดนี้ผิดพลาดนิ๊ดเดียวไม่มีเวลาแก้อาการเครื่องเลยหล่ะ คราวหน้ามาอีกไปดูแน่นอน และจะเตรียมตัวไปพร้อมกว่านี้ T T
คลื่นมนุษย์กำลังออกจากพื้นที่แสดง ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะกลับกันยังไง จะมีรถกลับกันหรือเปล่า